คุณค่าของหนังสืออนุสรณ์งานศพ
หนังสืองานศพ หรือ หนังสืออนุสรณ์งานศพ เกิดขึ้นในเมืองไทยครั้งแรกสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ท่านทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พิมพ์หนังสือสวดมนต์รวมพระสูตรและพระปริตต่างๆ เมื่อวันที่ 5 เดือน 3 แรม 3 ค่ำ ปีมะโรง จ.ศ. 1242 (พ.ศ. 2423) เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือพระนางเรือล่มกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ โดยมีกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเป็นผู้เรียบเรียง ซึ่งสมัยก่อนมีเพียงศพของเจ้านายชั้นสูงเท่านั้นที่นิยมพิมพ์หนังสือเป็นอนุสรณ์งานศพ แต่ต่อมาสามัญชนก็นิยมทำด้วยเหมือนกันและยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 มีการแจกของชำร่วยเป็นหนังสือประวัติความเป็นมาของผู้วายชนม์อย่างแพร่หลาย เป็นการนำเสนอประวัติ ผลงาน ของผู้วายชนม์ รวมถึงมีคำไว้อาลัยซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะคำไว้อาลัยจะสะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตนของผู้วายชนม์ ส่งผลให้หนังสืออนุสรณ์งานศพมีคุณค่าและความสำคัญ เป็นหลักฐานของประวัติศาสตร์ทางสังคมที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
อาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2558 ถึงความสำคัญของหนังสืองานศพไว้ว่า
“รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 รวมถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นบุคคลที่ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของหนังสืองานศพ จึงได้มีการรวบรวมที่หอสมุดแห่งชาติ แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ รู้แต่ว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติยศแก่ผู้ตาย ส่วนใหญ่ไม่คำนึงถึงคุณค่าทางสังคม คุณค่าทางประวัติศาสตร์”
ด้วยคุณค่าและประโยชน์ของหนังสืองานศพในด้านต่างๆ ก่อให้เกิดการสะสมและนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้หนังสืองานศพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวิชาการอย่างมหาศาลมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักประวัติศาสตร์และนักวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ทุกสาขา ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนไทยและสังคมไทยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง การศึกษาหนังสืองานศพจึงไม่ใช่เรื่องของการอ่านธรรมดา แต่เป็นการอ่านที่มีความไฝ่ฝันของผู้วายชนม์ ความหมายของความสัมพันธ์ทางสังคมและระบบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของสังคมไปพร้อมๆ กัน
เป้าประสงค์ของหนังสืองานศพคือทำขึ้นเพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงผู้วายชนม์ ประกาศคุณงามความดีและผลงานของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยในปัจจุบันการพิมพ์หนังสืออนุสรณ์งานศพเป็นที่นิยมกันมาก โดยเนื้อหาในหนังสืองานศพจะประกอบไปด้วย ชีวประวัติของผู้วายฃนม์นับแต่วัยเด็กจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต การศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ในวิชาชีพ ความรู้ทางวิชาการ ความรู้ทางการแพทย์ พร้อมภาพประกอบในแต่ละช่วงของชีวิตที่ผู้วายชนม์ถ่ายร่วมกับผู้ใกล้ชิด ตลอดจนคำไว้อาลัยของเหล่าญาติมิตรและบุคคลสำคัญเพื่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป
หนังสืองานศพจะมีรูปเล่มและรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งออกแบบใหม่ทั้งเล่มเพื่อให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของผู้วายชนม์ หรือออกแบบใหม่บางส่วนเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของผู้วายชนม์ เพิ่มคำอาลัยรักของเหล่าญาติมิตร พร้อมสอดแทรกข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ ในแขนงต่างๆ อาทิ เช่น คำสอนทางพระพุทธศานา ความรู้ทางด้านสุขภาพ ข้อมูลทางด้านการแพทย์ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้รับสืบไป
การจัดทำหนังสืออนุสรณ์งานศพ
หนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างหนังสือโดยรวมคล้ายๆ กันคือ
ปกหน้า
ส่วนปกหน้าของหนังสืออนุสรณ์งานศพ อาจใส่รูปภาพ ลายเซ็น ของผู้วายชนม์ หรือ อาจเป็นรูปภาพที่ผู้วายชนม์ชื่นชอบ เช่น ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพต้นไม้ หรือภาพสถานที่ ทั้งนี้อาจใส่ชื่อ นามสกุล ผู้วายชนม์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตำแหน่ง วัน เวลา สถานที่ ที่จัดพิธีงานฌาปนกิจ รวมถึงอาจใส่วัน ชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์ ด้วยก็ได้
ปกใน
อาจมีหรือไม่มีก็ได้ หากมีโดยปกติจะใส่รูปของผู้วายชนม์ เขียนข้อความว่าเป็นหนังสืออนุสรณ์ ระบุชื่อ นามสกุล ของผู้วายชนม์ วัน เวลา สถานที่ ที่จัดพิธีงานฌาปนกิจ วัน ชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์
เนื้อหา
ลำดับแรก หากเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ เนื้อหาของหนังสืออนุสรณ์งานศพในส่วนนี้จะขึ้นด้วยหมายพระราชทานต่างๆ เช่น หมายพระราชทานน้ำหลวงอาบศพพร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ หมายพระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ หมายพระราชทานเพลิงศพ หมายเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ต่อด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของครอบครัวผู้วายชนม์ (สำคัญ)
ลำดับที่สอง หากเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาจใส่ภาพถ่ายพวงมาลาพระราชทานหน้าหีบศพ ภาพถ่ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ผู้วายชนม์ได้รับ รวมถึงภาพถ่ายของผู้วายชนม์ที่ถ่ายร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์
ลำดับที่สาม หนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้วายชนม์ ได้แก่ ประวัติของผู้วายชนม์ อาทิเช่น ประวัติส่วนตัว ชีวิตสมรสและครอบครัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม เกียรติคุณที่ได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญตราที่ได้รับ (ถ้ามี) เรื่องราวบั้นปลายของชีวิต ประวัติการเจ็บป่วย การรักษาพยาบาล จนกระทั่งถึงแก่กรรม
ลำดับที่สี่ หนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวของกับการไว้อาลัย โดยเป็นการรวบรวมคำไว้อาลัยของบุคคลต่างๆ ที่เขียนคำอาลัยถึงผู้วายชนม์ อาทิเช่น คำอาลัยจาก บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธิดา หลานๆ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือบุคคลอื่นๆ ผู้ที่เคารพรักผู้วายชนม์
ลำดับที่ห้า หนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับสาระความรู้ต่างๆ อาทิเช่น บทความทางวิชาการของผู้วายชนม์ ผลงานการเขียนของผู้วายชนม์ ผลงานเขียนของบุตร ธิดา ของผู้วายชนม์ บทความที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งในด้านสุขภาพ การประกอบอาชีพ การประกอบอาหาร เมนูอาหาร บทความธรรมะ สาระความรู้ในด้านอื่นๆ และอาจมีบทสวดมนต์เพิ่มเติมด้วย
ลำดับที่หก หนังสืออนุสรณ์งานศพส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับการขอบคุณต่างๆ ทั้งคำขอบคุณของครอบครัวผู้วายชนม์ที่มีต่อแขกผู้มีเกียรติที่ให้เกียรติมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ร่วมทำบุญ วางพวงหรีดไว้อาลัย ร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหรืองานฌาปนกิจศพ รวมถึงอาจใส่ชื่อผู้ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ผู้ที่มอบพวงหรีด ด้วยก็ได้
ภาพถ่าย ภาพถ่ายในหนังสืออนุสรณ์งานศพ จะใส่ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือก็ได้ ยกเว้นกรณีเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ จะต้องใส่หลังหมายพระราชทานและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเสมอ โดยภาพถ่ายอาจแทรกไว้ในเนื้อหาตามช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต หรืออาจรวมเป็นประมวลภาพโดยเฉพาะ ทั้งนี้ภาพถ่ายที่นิยมใส่คือ ภาพในอดีตเมื่อครั้งเยาว์วัย ภาพระหว่างเป็นนักเรียนนักศึกษา ภาพในวัยทำงาน ภาพการสมรส ภาพกับครอบครัว ภาพกับญาติสนิทมิตรสหาย ภาพกิจกรรมเพื่อสังคม ภาพกิจการงานบุญ ภาพการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ภาพบั้นปลายในชีวิต รวมถึงอาจมีภาพบรรยากาศและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลแก่ผู้วายชนม์
ปกหลัง
ส่วนปกหลังของหนังสืออนุสรณ์งานศพปกติจะไม่นิยมใส่ข้อมูลเพิ่มเติม โดยจะทำสีพื้นให้เหมือนปกหน้าเพื่อความกลมกลืนกัน อาจมีบางเล่มที่ใส่ บทกลอน บทความธรรมะสั้นๆ หรือ ภาพถ่ายที่สอดคล้องกับปกหน้า
โดยสรุป
หนังสืออนุสรณ์งานศพ จะไม่มีรูปแบบตายตัว ยกเว้นเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ หมายพระราชทานต่างๆ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงภาพถ่ายของพระบรมวงศานุวงศ์ ต้องอยู่ลำดับต้นๆ เสมอ โดยเนื้อหาส่วนที่เหลือสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม และความพึงพอใจ ทั้งนี้ส่วนที่เป็นปกนิยมพิมพ์เป็น 4 สี ด้วยกระดาษที่หนาเพื่อความสวยงาม ส่วนเนื้อใน อาจพิมพ์เป็น 4 สี หรือ ขาวดำ หรือ 4 สีผสมขาวดำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและงบประมาณของผู้จัดทำหนังสืออนุสรณ์งานศพเป็นสำคัญ
การจัดเตรียมข้อมูลในการจัดทำหนังสืออนุสรณ์งานศพ
หนังสืออนุสรณ์งานศพจะมีรูปแบบการจัดทำที่หลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลา งบประมาณ และข้อมูลเป็นสำคัญ ทั้งนี้หลักๆ จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. หนังสืออนุสรณ์งานศพแบบสำเร็จรูป แทรกข้อมูลเพิ่มเติม
หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้เหมาะกับงานที่มีระยะเวลาในการจัดทำน้อย เช่น มีกำหนดสวดพระอภิธรรม 3 , 5 หรือ 7 วัน แล้วฌาปนกิจ มีเวลาในการจัดเตรียมข้อมูลน้อย มีข้อมูลที่จะจัดทำหนังสืออนุสรณ์น้อย รวมถึงอาจมีงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัดต้องการหนังสือแบบราคาประหยัด
หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้จะมีขนาดหนังสือที่เป็นมาตรฐานคือ ขนาด A5 (14.3 x21 ซม.) ซึ่งเป็นขนาดครึ่งหนึ่งของ A4 เนื่องจากหนังสือสำเร็จรูปที่ใช้สำหรับแทรกข้อมูลมีขนาด A5
รูปแบบของหนังสืออนุสรณ์จะแบ่งได้เป็นส่วนๆ คือ
ปกหน้า ปกติจะนิยมเปลี่ยนปกใหม่ โดยอาจใส่รูปภาพ หรือลายเซ็น หรือทั้งรูปภาพและลายเซ็น ของผู้วายชนม์ หรืออาจใส่รูปภาพอื่นๆ ที่ผู้วายชนม์ชอบ ทั้งนี้อาจใส่ชื่อ นามสกุล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตำแหน่ง วัน เวลา สถานที่ ที่จัดงานฌาปนกิจ รวมถึงอาจใส่วันชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์ด้วยก็ได้ ทั้งนี้หากต้องการประหยัดงบประมาณอาจใช้หน้าปกเดิมของหนังสือสำเร็จรูปเลยก็ได้ (ราคาจะย่อมเยาลง)
เนื้อหาด้านใน จะมีด้วยกันหลายส่วนจึงขอแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้
ปกใน อาจมีหรือไม่มีก็ได้ หากมีปกในโดยปกติจะนิยมใส่รูปของผู้วายชนม์ พร้อมชื่อนามสกุล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ถ้ามี) วัน เวลา สถานที่ ที่จัดงานฌาปนกิจ รวมถึงอาจใส่วันชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์ ตรงส่วนนี้จะใช้พื้นที่ 1 หน้า
หมายพระราชทานเพลิงศพ หากเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ จะใส่หมายพระราชทานต่างๆ ที่ได้รับเช่น หมายพระราชทานน้ำหลวงอาบศพพร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ หมายพระราชทานเพลิงศพ หมายพระราชทานพวงมาลาประดับหน้าหีบศพ ต่อด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของครอบครัวผู้วายชนม์ ตรงส่วนนี้จะใช้พื้นที่ 1 หมายต่อหนึ่งหน้า และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอีก 1 หน้า รวมๆ จะใช้พื้นที่ประมาณ 2-3 หน้า
ประวัติ หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้จะนิยมระบุประวัติของผู้วายชนม์แบบสังเขป โดยเริ่มตั้งแต่ชาติกำเนิด ระหว่างการศึกษา การสมรส การทำงาน ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม การเจ็บป่วย จนกระทั่งถึงแก่กรรม ซึ่งโดยปกติจะใช้พื้นที่ประมาณ 2-3 หน้า
คำไว้อาลัย การเขียนคำไว้อาลัยของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อผู้วายชนม์ เริ่มตั้งแต่บุคคลในครอบครัว ได้แก่ บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธิดา หลานๆ ต่อด้วยญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่เคารพรักผู้วายชนม์ โดยปกติคำไว้อาลัยของบุคคลในครอบครัวจะใช้พื้นที่ 1 คน ต่อหนึ่งหน้า ส่วนบุคคลอื่นๆ อาจใช้พื้นที่ 2 คน ต่อหนึ่งหน้า โดยรวมๆ จะใช้พื้นที่ประมาณ 4-6 หน้า
ภาพถ่าย โดยปกติหนังสืออนุสรณ์แบบสำเร็จรูป แทรกข้อมูลเพิ่มเติม จะนิยมรวมภาพถ่ายอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน คล้ายๆ การประมวลภาพ โดยอาจเริ่มตั้งแต่ภาพถ่ายของผู้วายชนม์ในเยาว์วัย ระหว่างการศึกษา ภาพสมรส ภาพการทำงาน ภาพกับครอบครัว ภาพกับญาติสนิทมิตรสหาย ภาพกิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมท่องเที่ยว หรือภาพอื่นๆ โดยในส่วนภาพถ่ายจะนิยมพิมพ์เป็น 4 สี เพื่อความสวยงาม โดยจะใช้พื้นที่ขั้นต่ำประมาณ 4 หน้า
คำขอบคุณ ถือเป็นส่วนท้ายสุดของข้อมูลที่จะแทรกเพิ่มเติม โดยจะเป็นส่วนที่ครอบครัวของผู้วายชนม์กล่าวขอบคุณผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานสวดพระอภิธรรมร่วมทำบุญ วางพวงหรีดไว้อาลัย ตลอดถึงมาร่วมในงานฌาปนกิจหรืองานพระราชทานเพลิงศพ ใช้พื้นที่ 1 หน้า
หนังสือสำเร็จรูป จะเป็นส่วนที่ต่อจากข้อมูลที่แทรกเพิ่มเติมทั้งหมด ถือเป็นส่วนท้ายของหนังสืออนุสรณ์งานศพ ซึ่งหนังสือสำเร็จรูปจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 หมวด คือหมวดธรรมะ หมวดสุขภาพ และหมวดบทสวดมนต์ โดยแต่ละหมวดจะมีหนังสือให้เลือกที่หลากหลาย สามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจ ส่วนนี้จะมีประมาณ 80 – 100 หน้า พิมพ์ด้วยสีดำหรือสีน้ำเงินโดยขึ้นอยู่กับหนังสือเล่มที่เลือก
ปกหลัง กรณีเปลี่ยนปกใหม่ก็จะออกแบบให้มีความสอดคล้องกับปกหน้า ซึ่งโดยปกติปกหลังจะไม่นิยมใส่ข้อความใดๆ เพื่อความโล่งสบายตา แต่หากครอบครัวของผู้วายชนม์ประสงค์จะใส่ธรรมะหรือกลอนสั้นๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่กรณีที่ไม่เปลี่ยนปกใหม่ปกหลังก็จะใช้ปกเดิมของหนังสือสำเร็จรูป
รูปแบบการเข้าเล่ม ปกติจะมีการเข้าเล่มหนังสืออนุสรณ์งานศพแบบสันกาว ทั้งนี้เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และข้อมูลที่แทรกจะอยู่รวมกันด้านหน้าทั้งหมด ยกเว้นเป็นกรณีเร่งด่วนมีเวลาในการจัดทำน้อยจริงๆ อาจจำเป็นต้องมีการเข้าเล่มแบบมุงหลังคา (เย็บแม็กซ์คู่ตรงกลาง) โดยการเข้าเล่มรูปแบบนี้ข้อมูลส่วนที่แทรกจะแบ่งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของหนังสือสำเร็จรูปอย่างละครึ่ง ความสวยงามของหนังสืออาจลดลงเล็กน้อยแต่สามารถจัดทำหนังสือให้ได้ใช้ทันตามเวลาอันจำกัด
2. หนังสืออนุสรณ์งานศพแบบทำใหม่ทั้งเล่ม
หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้เหมาะกับงานที่มีระยะเวลาในการจัดทำมากพอสมควร เช่น มีกำหนดสวดพระอภิธรรมก่อนฌาปนกิจมากกว่า 7 วัน งานครบ 100 วัน งานฌาปนกิจที่มีกำหนดการล่วงหน้านานๆ (ฝังแล้วฌาปนกิจภายหลัง) มีเวลาในการจัดเตรียมข้อมูลมาก มีข้อมูลที่จะจัดทำหนังสืออนุสรณ์มาก รวมถึงอาจมีงบประมาณที่ค่อนข้างไม่จำกัด
หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้จะมีขนาดหนังสือที่หลากหลาย ทั้งขนาด A5 (14.3 x21 ซม.) ขนาด A4 (21x29.2 ซม.) ขนาด 7x 10 นิ้ว ขนาด 8x8 นิ้ว ขนาด 8x10 นิ้ว หรือขนาดอื่นๆ โดยขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของครอบครัวผู้วายชนม์
รูปแบบของหนังสืออนุสรณ์จะแบ่งได้เป็นส่วนๆ คือ
ปกหน้า อาจใส่เป็นรูปภาพ หรือลายเซ็น หรือทั้งรูปภาพและลายเซ็น ของผู้วายชนม์ หรืออาจใส่รูปภาพอื่นๆ ที่ผู้วายชนม์ชอบ ทั้งนี้อาจใส่ชื่อ นามสกุล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตำแหน่ง วัน เวลา สถานที่ ที่จัดงานฌาปนกิจ รวมถึงอาจใส่วันชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์ด้วยก็ได้
เนื้อหาด้านใน จะมีด้วยกันหลายส่วนจึงขอแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้
ปกใน อาจมีหรือไม่มีก็ได้ หากมีปกในโดยปกติจะนิยมใส่รูปของผู้วายชนม์ พร้อมชื่อนามสกุล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ถ้ามี) วัน เวลา สถานที่ ที่จัดงานฌาปนกิจ รวมถึงอาจใส่วันชาตะ มรณะ ของผู้วายชนม์
หมายพระราชทานเพลิงศพ หากเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพ จะใส่หมายพระราชทานต่างๆ ที่ได้รับเช่น หมายพระราชทานน้ำหลวงอาบศพพร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ หมายพระราชทานเพลิงศพ หมายพระราชทานพวงมาลาประดับหน้าหีบศพ หมายเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ต่อด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของครอบครัวผู้วายชนม์ โดยอาจต่อด้วยภาพถ่ายพวงมาลาพระราชทานหน้าหีบศพ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ผู้วายชนม์ได้รับ ภาพถ่ายของพระบรมวงศานุวงศ์
ประวัติ หนังสืออนุสรณ์งานศพประเภทนี้จะนิยมระบุประวัติของผู้วายชนม์โดยละเอียด โดยเริ่มตั้งแต่ชาติกำเนิด ระหว่างการศึกษา การสมรส การทำงาน ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม ผลงาน รางวัล เกียรติคุณเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญตราที่ได้รับ เรื่องราวบั้นปลายของชีวิต ประวัติการเจ็บป่วย การรักษาพยาบาล จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ทั้งนี้อาจมีแทรกเกร็ดความรู้เพิ่มเติม รวมถึงภาพถ่ายประกอบด้วย
คำไว้อาลัย การเขียนคำไว้อาลัยของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อผู้วายชนม์ เริ่มตั้งแต่บุคคลในครอบครัว ได้แก่ บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธิดา หลานๆ ต่อด้วยญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่เคารพรักผู้วายชนม์ ทั้งนี้อาจมีคำไว้อาลัยของบุคคลสำคัญๆ เช่น พระเถระผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งโดยปกติคำไว้อาลัยของบุคคลต่างๆ จะมีความยาวคนละหลายๆ หน้า ไม่จำกัด
ภาพถ่าย โดยปกติหนังสืออนุสรณ์แบบทำใหม่ทั้งเล่ม จะมีภาพถ่ายให้ระลึกถึงค่อนข้างมาก การจัดวางภาพไม่จำกัดรูปแบบเพราะมีเวลาในการจัดทำค่อนข้างมาก อาจวางเป็นหมวดหมู่ หรือวางแทรกตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวถึง ภาพถ่ายของผู้วายชนม์จะมีตั้งแต่เยาว์วัย ระหว่างเป็นนักเรียน นักศึกษา ภาพสมรส ภาพอุปสมบท ภาพในวัยทำงาน ภาพกับครอบครัว ภาพกับญาติสนิทมิตรสหาย ภาพกิจกรรมเพื่อสังคม ภาพกิจการงานบุญ กิจกรรมท่องเที่ยว ภาพบั้นปลายในชีวิต ภาพในยามเจ็บป่วย ภาพบรรยากาศและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพแก่ผู้วายชนม์ หรือภาพอื่นๆ เช่น ภาพพวงหรีดไว้อาลัย
คำขอบคุณ โดยจะเป็นส่วนที่ครอบครัวของผู้วายชนม์กล่าวขอบคุณผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานสวดพระอภิธรรม ร่วมทำบุญ วางพวงหรีดไว้อาลัย ตลอดถึงมาร่วมในงานฌาปนกิจหรืองานพระราชทานเพลิงศพ รวมถึงอาจกล่าวขอบคุณบุคคลสำคัญ แพทย์ พยาบาล ที่ช่วยดูแลรักษาผู้วายชนม์ ญาติสนิทมิตรสหายที่ไปเยี่ยมเยียนผู้วายชนม์ก่อนเสียชีวิต บุคคลที่ให้คำแนะนำครอบครัวของผู้วายชนม์ในด้านต่างๆ
รายชื่อเจ้าภาพ ส่วนนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ส่วนมากจะนิยมใส่ โดยจะเป็นการระบุรายชื่อของผู้ที่เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล รายชื่อของผู้ที่มอบพวงหรีดไว้อาลัย
บทความ ส่วนบทความจะเป็นส่วนที่หลากหลายมากที่สุด มีทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง เนื้อหาสาระมีรอบด้าน ทั้งทางด้านวิชาการ ด้านการแพทย์ ด้านสุขภาพ ด้านอาหาร ด้านธรรมะ ด้านการท่องเที่ยว ด้านการประกอบอาชีพ หรือด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ โดยบทความดังกล่าว อาจเป็นบทความที่เป็นผลงานของผู้วายชนม์เอง ของพระเถระ ของบุคคลสำคัญ ของครอบครัว ของญาติสนิทมิตรสหาย หรืออาจเป็นบทความจากหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต ทั้งนี้โดยปกติส่วนของบทความจะเป็นส่วนที่ยาวที่สุด เพราะทางเจ้าภาพถือว่าเป็นส่วนที่เป็นประโยชน์และต้องการเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทานจึงไม่นิยมที่จะตัดทอนเนื้อหาใดๆ
ปกหลัง โดยปกติปกหลังจะไม่นิยมใส่ข้อความใดๆ เพื่อความโล่งสบายตา แต่หากครอบครัวของผู้วายชนม์ประสงค์จะใส่ธรรมะ กลอนสั้นๆ หรือรูปภาพ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยการออกแบบปกหลังจะทำให้กลมกลืนสอดคล้องกับปกหน้า
รูปแบบการเข้าเล่ม ปกติจะมีการเข้าเล่มหนังสืออนุสรณ์งานศพแบบสันกาว ทั้งนี้เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า ทั้งนี้หากต้องการเพิ่มความหรูหราของหนังสืออาจเพิ่มการเคลือบด้าน เคลือบมัน ปั๊มนูน ปั๊มทอง ที่ปกหนังสือ หรือหากมีเวลาและงบประมาณที่เพียงพออาจทำหน้าปกเป็นแบบแข็ง (เย็บกี่) ก็จะเพิ่มความเรียบหรูและทนทานขึ้นอีก ยกเว้นเป็นกรณีเร่งด่วนมีเวลาในการจัดทำไม่มาก ข้อมูลไม่มาก แต่ต้องการทำหนังสือแบบทำใหม่ทั้งเล่ม ไม่ต้องการแทรกข้อมูลอื่นๆ อาจต้องมีการเข้าเล่มแบบมุงหลังคา (เย็บแม็กซ์คู่ตรงกลาง) ซึ่งการเข้าเล่มแบบนี้ ความสวยงามจะไม่ลดลงมากนักเพราะเนื้อหายังกลมกลืนกันไม่มีอะไรมาแทรกเช่นเดียวกับการเข้าเล่มแบบสันกาว
การเขียนประวัติผู้วายชนม์ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ
ประวัติของผู้วายชนม์ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ สามารถเขียนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเขียนเรียงลำดับเป็นข้อๆ ตั้งแต่กำเนิดจนถึงแก่กรรม หรืออาจร้อยเรียงเป็นเรื่องราว เล่าประวัติ ลำดับเหตุการณ์ แทรกเกร็ดความรู้พร้อมมีภาพประกอบก็ได้ แต่โดยปกติการเขียนประวัติของผู้วายชนม์จะมีรูปแบบที่ค่อนข้างนิยมเขียนกันเป็นลำดับดังนี้
ประวัติส่วนตัว ส่วนเริ่มต้นของหนังสืออนุสรณ์งานศพในส่วนประวัติ มักเริ่มด้วยประวัติส่วนตัวของผู้วายชนม์ ว่าชื่ออะไร เกิดวันที่เท่าไหร่ เกิดที่ไหน เป็นบุตรคนที่เท่าไหร่ บิดาและมารดาชื่ออะไร มีพี่น้องร่วมบิดากี่คนและชื่ออะไรบ้าง
ชีวิตสมรสและครอบครัว จะระบุว่าผู้วายชนม์สมรสกับใคร เมื่อไหร่ โดยมีบุตรด้วยกันกี่คนแบ่งเป็นหญิงและชายอย่างละกี่คน ทั้งนี้ในส่วนของบุตรอาจระบุชื่อคู่สมรสของบุตร บุตรของบุตร โดยอาจเพิ่มเติมการศึกษาและตำแหน่งหน้าที่การงานของบุตรด้วยก็ได้
ประวัติการศึกษา โดยปกติจะนิยมเริ่มประวัติการศึกษาเมื่อครั้งชั้นประถม ต่อด้วยชั้นมัธยมหรือสายอาชีวะ ชั้นปริญญาตรี ชั้นปริญญาโท และ ชั้นปริญญาเอก โดยจะระบุว่าในแต่ละชั้นการศึกษาผู้วายชนม์จบจากสถานศึกษาใด เมื่อปี พ.ศ.ใด ทั้งนี้หากมีการจบหลักสูตรพิเศษใดๆ ก็สามารถระบุเพิ่มเติมได้
ประวัติการทํางาน ระบุประวัติหน้าที่การงานของผู้วายชนม์ที่ได้ทํามา ความสําเร็จในการประกอบอาชีพหรือธุรกิจ เกียรติประวัติและผลงาน ถ้าเป็นข้าราชการอาจจะลงรายละเอียดถึงยศ ตําแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ และปี พ.ศ. โดยนิยมเรียงลำดับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ประวัติการอบรม / กิจกรรมพิเศษ ระบุถึงหลักสูตรการอบรม การศึกษาดูงาน การเข้าร่วมประชุม ภารกิจพิเศษ กิจกรรมพิเศษ หรือภาระหน้าที่ที่ผู้วายชนม์ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการนอกเหนือจากหน้าที่ประจำ
ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม จะระบุว่าในระหว่างที่ผู้วายชนม์ยังมีชีวิตอยู่ มีกิจกรรมเพื่อสังคมอะไรบ้าง มีภาระหน้าที่ รวมถึงมีตำแหน่งในกิจกรรมต่างๆ อย่างไร
เกียรติคุณที่ได้รับ ระบุถึงเกียรติคุณในด้านต่างๆ ที่ผู้วายชนม์เคยได้รับ ทั้งนี้อาจเป็นรางวัล เกียรติบัตร โล่ เข็มเชิดชูเกียรติ หรือ ความภูมิใจอื่นๆ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตรา ในกรณีที่ผู้วายชนม์เป็นข้าราชการ หรือเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตราในโอกาสต่างๆ มักจะระบุว่าได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตราเมื่อใด มีชื่อเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตราชั้นใดบ้าง ตามลำดับ
บั้นปลายชีวิต ส่วนลงท้ายในหนังสืออนุสรณ์งานศพในส่วนประวัติมักจะบรรยายชีวิตช่วงท้ายของผู้วายชนม์ว่ามีการดำเนินชีวิตอย่างไร มีภารกิจหรือกิจกรรมพิเศษใดบ้าง ไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ทั้งนี้อาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเจ็บป่วย ขั้นตอนและวิธีการรักษา จวบจนกระทั่งถึงแก่กรรม